Category Archives: บทความ

เลือกซื้อกล้องวงจรปิด ต้องพิจารณาอะไรบ้าง (ตอนที่1)

เลือกซื้อกล้องวงจรปิด ต้องพิจารณาอะไรบ้าง เป็นอะไรที่มักจะมีคนถามผม งั้นขอเริ่มเลยแล้วกันครับ

เลือกซื้อกล้องวงจรปิด ต้องพิจารณาอะไรบ้าง (ตอนที่1)

(ฉบับสั้นกระชับอ่านไม่งงถ้ายังงงก็ติดต่อมาปรึกษาแล้วกันครับทีมงานพร้อม)

การ เลือกซื้อกล้องวงจรปิด

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด

 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า หัวข้อนี้ผมจะเน้นในส่วนของตัวอุปกรณ์ ซึ่งแต่ละค่ายจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เราจึงสามารถเอาบทความนี้ไปทำเช็คลิสท์ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกล้องแบรนด์ไหนก็ตาม หรือถ้าจะดูกันถึงองค์รวม เรื่องการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด

การ เลือกซื้อกล้องวงจรปิด ประเภทเลนส์

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิดประเภทเลนส์

1. เลนส์ที่ถูกต้อง

เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับภาพที่มีคุณภาพ การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมจะช่วยให้ เลือกซื้อกล้องวงจรปิด ของคุณสามารถโฟกัสได้และจะให้แสงสว่างเพียงพอ ที่เซ็นเซอร์ในกล้องช่วยให้คุณอ่านแผ่นลงทะเบียนและจดจำใบหน้าได้
การมีรายละเอียดเพิ่มเติม จะช่วยในทุกสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น เพราะนั่นหมายความว่าคุณจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เกิดอะไรขึ้นและได้รับการบันทึกที่ชัดเจนเกี่ยวกับภาพ เลนส์ซูมสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ลูกค้าได้เนื่องจากออปติคัลซูม สามารถปรับแสงเมื่อมาถึงเซ็นเซอร์ทำให้ภาพมีความยืดหยุ่นและเพิ่มขึ้น

เวลาที่เราเลือกประเภทเลนส์มีอยู่สามอย่างที่เราควรคำนึงคือ เราไปติดตั้งไว้ที่ไหน ?

1.1. ติดตั้งไว้ในอาคารที่มีแสงสว่างคงที่ตลอดเวลา   หากตรงกับข้อนี้เราควรใช้เลนส์ประเภท FIX IRIS  ซึ่งเป็นเลนส์ที่ฟิกค่าต่างๆไว้ให้เหมาะสมกับการใช้งานในที่ๆแสงสว่างคงที่

1.2. ติดตั้งไว้ในส่วนที่มีแสงไม่เท่ากัน ถ้าสถานที่ๆ เราจะติดตั้งมีสภาวะแสงเป็นแบบนี้ควรติดตั้ง MANUAL IRIS  ซึ่งตัวเลนซ์สามารถปรับช่องรับแสงได้ ทำให้แสงไม่จ้าเกินไปหรือมืดเกินไป

1.3. ติดตั้งไว้ในสถานที่ๆ แสงไม่คงที่ เช่น ภายนอกตัวอาคารในตอนเช้าแสงมากพอตกเย็นหรือมืดค่ำแสงจะน้อยมากๆ อันนี้จัด AUTO IRIS ซึ่ง เป็นเลนส์ที่สามารถปรับช่องรับแสงได้เองโดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับความเข้มของแสงที่ตกกระทบเลนส์

108oa CMOS เซ็นเซอร์กล้องวงจรปิด เลือกซื้อกล้องวงจรปิด

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด

2. เซ็นเซอร์ที่ถูกต้อง

มีสองสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการค้นหาเซ็นเซอร์ให้ถูกกับการ เลือกซื้อกล้องวงจรปิด ประเภทและขนาด ในส่วนนี้มีอยู่สองแบบ

CMOS (สารประกอบเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นโลหะออกไซด์เสริม) ข้อดีสั้นๆ เลยคือราคาถูก

CCD ให้ภาพที่คมชัด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความชัดเจนเผื่อว่าจะใช้ดูหน้าแบบเห็นแล้วรู้เลยว่าใครไม่เบลอๆ ป้ายทะเบียนรถชัดแบบตามจับกันได้เลยทีเดียว แต่มีราคาที่แพงกว่า CMOS ในระดับนึงแต่ผมว่าก็คุ้มค่าอยู่

กล้องวงจรปิดความคมชัด เลือกซื้อกล้องวงจรปิด

3. ความละเอียดเอาต์พุตที่ถูกต้อง

ในส่วนนี้เป็นเรื่องของชุดประมวลผลภาพที่ได้รับมาจากเลนส์และเซ็นเซอร์ ยิ่งพิกเซลเยอะแค่ไหนยิ่งดีเท่านั้น กล้องส่วนใหญ่จะให้ความละเอียดอยู่ระหว่าง 300-550TVL

เดี๊ยวเรามาต่อตอนที่ 2 กันในเรื่องของความสามารถเสริมที่ควรมีในกล้องวงจรปิดถ้าไม่มีคุณจะรู้สึกว่า “พลาด”

ipad mini ประยุกต์ใช้เพื่องานองค์กรและบริษัทช่วยประหยัดเงินได้

Ipad mini corporate

หลายคนเมื่อนึกถึง Ipad mini แล้วคงไม่พ้นมีไว้เพื่อใช้ในการพักผ่อนอย่างการดูหนังฟังเพลงหรือเล่นเกม ซึ่ง Ipad ทำได้ดีมากเนื่องจากการประมวลผลภาพและการแสดงผลผ่านหน้าจอในเครื่อง Ipad ใช้มาตรฐานอย่างน้อยเป็นหน้าจอแบบ Ratina ทั้งหมดแล้ว

Ipad mini game

แต่ไม่ต้นปีที่ผ่านมา Apple ออกโฆษณาตัวล่าสุดเพื่อตอกย้ำให้เห็นว่า Ipad, Ipad mini  ช่วยให้การทำงานของเราดีขึ้นได้อย่างไร สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ของ Ipad ได้อย่างชัดเจน จากโฆษณาที่ปล่อยออกมา บริษัท Rogers-O’Brien Construction เป็นบริษัทก่อนสร้างโดยตัวดำเนินเรื่อง

เล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนต้องเอกสารจำนวนมาก ปัจจุบันพกแค่ Ipad เครื่องเดียวในการคุมงานก่อนสร้างไม่ต้องพกอุปกรณ์และกองเอกสารจำนวนมาก ตอนนี้ใช้แค่ Ipad เครื่องเดียวในการเปิดพิมพ์เขียว แบบงานก่อนสร้าง เช็คอีเมลล์ลูกค้าและประชุมงานไร้สายหลายคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประหยัดเวลาและงบประมาณที่ต้องใช้จ่ายออกไป

Ipad mini menu

ในต่างประเทศนำเอา Ipad มาใช้ในเชิงองค์กรค่อนข้างมากอย่างที่แอดมินได้เจอเวลาที่ไปต่างประเทศจะพบว่าห้างร้านต่างๆ ใช้ Ipad ในการให้บริการในร้านอาหารเกือบทุกที่เลย โดยเฉพาะในร้านอาหาร พูดได้เลยว่าเมนูที่เป็นเล่มๆ ที่ใช้กันอยู่นั้น น้อยลงทุกที

ซึ่งในประเทศไทยก็มีการนำเอา Ipad มาเป็นเมนูอาหารให้ทางลูกค้าได้ใช้แทนเมนูอาหารที่เป็นเล่ม ข้อดีคือ ไม่ต้องผลิตเมนูขึ้นมาใหม่ทุกครั้งที่มีเมนูอาหารใหม่ๆ หรือมีการปรับปรุงข้อมูลในเมนูอาหาร แถมรูปภาพใน Ipad ยังดูสวยงามสะดุดตามากกว่าเล่มเมนูและไม่มีการเปื่อยยุ่ยอีกต่างหาก

Ipad mini order

หรือถ้าให้ดูกิ๊บเก๋กว่านั้นหากทางร้านมีพนักงานดูแลลูกค้าก็ให้รับออเดอร์ด้วย  Ipad mini  ด้วยเลย ภาพลักษณ์ของร้านจะเปลี่ยนไปดูดีขึ้นบางแห่งสามารถใช้ภาพลักษณ์ดังกล่าวในการอัพราคาอาหารได้ด้วย เป็นไงละครับไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือแล้ว แต่เป็นเรื่องของการปรับประยุกต์ใช้งานให้สอดคล้องให้ลงตัวกับธุรกิจที่เราทำเลยละ

Ipad mini pos
Ipad mini pos program

ยังไม่พ้นแนวๆ ร้านๆ จะเป็นร้านอาหารหรือร้านที่ให้บริการใดๆ หลังจากซื้อสินค้าหรือใช้บริการเสร็จก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการชำระค่าสินค้าหรือบริการ ก็คือเรื่องของระบบ POS ร้านบางร้านสามารถประหยัดงบประมาณในเรื่องของระบบ POS ไปได้มากโดยหันมาใช้ Ipad mini ทำระบบ POS แทน ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือใช้งบที่ต่ำกว่าประหยัดพื้นที่ในการจัดวางได้ค่อนข้างมากและที่สำคัญ “ดูทันสมัยกว่าเห็นๆ” อย่างเช่นเว็บนี้ใช้ Ipad mini ในการทำงานได้อย่างลงตัว

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง

 

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิดเริ่มแรก เราควรถามตัวเองก่อนว่าเราต้องการตั้งกล้องวงจรปิดไว้เพื่ออะไร

และวางไว้ที่ไหน เช่น ติดตั้งไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบรั้วบ้าน ติดตั้งไว้ดูเด็กเล็กภายในบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือก 3 แบบคือ

 

  1. แบบที่ต้องเดินสายสัญญาณ คือกล้องระบบมาตราฐานการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็นต้องเดินสายจากตัวกล้องเข้าอุปกรณ์เสริมเพื่อการบันทึกข้อมูลหรือเข้าจอแสดงผล ซึ่ง สามารถติดตั้งได้ทั้งในที่ร่ม และกลางแจ้ง (แต่ควรระมัดระวังเรื่องความชื้นที่อาจเข้ากล้องและสายสัญญาณซึ่งเป็นเหตุทำให้กล้องเสื่อมสภาพได้) ส่วนมากกจะมีระบบอินฟราเรดมากับตัวกล้องด้วยเพื่อเพิ่มความสามารถในการจับภาพในเวลากลางคืนซึ่งจะให้ภาพออกมาเป็นแบบสีขาวดำเพื่อเพิ่มความคมชัดและสามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้ดียิ่งขึ้นในสภาพที่มีแสงน้อย กล้องวงจรปิดแบบมีสายนั้นมักจะใช้อุปกรณ์แปลงไฟฟ้าแบบ BNC เพื่อส่งสัญญาณวิดีโอไปยังเครื่องบันทึกภาพ
  2. แบบไร้สาย คือ กล้องตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยแบบไร้สายซึ่งเป็นกล้องวงจรปิดที่ได้รับความนิยมในช่วงหลังๆ เป็นการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย  เนื่องจากติดตั้งง่ายใช้เวลาไม่มากและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า และสามารถเลือกการติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับติดตั้งในสถานที่ที่ไม่ใหญ่มาก เช่นภายในบ้าน ในร้านค้าขนาดเล็ก ข้อเสียคือในบางครั้งคุณภาพของสัญญาณอาจไม่เสถียรอันเนื่องมาจากสัญญาณรบกวนต่างๆ ได้
  3. กล้องแบบเครือข่าย ( IP Camera ) คือ กล้องที่ทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ซึ่งวิธีการเชื่อมต่อนั้นเหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งสามารถส่งและรับข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ซึ่งหลังๆ จะเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ติดตามบ้านหรือสำนักงานขนาดเล็ก เนื่องจากสามารถควบคุมผ่านอุปกรณ์ไร้สาย เช่น สมาร์ทโฟน เพื่อควบคุมกล้องและรับชมภาพได้ทุกที่ทุกเวลา

พิธีมอบทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม

พิธีมอบทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561

พิธีลงนามสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน

พิธีลงนามสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 41 เครื่องโดย คุณไสว บรรณาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนฤทธิณรงค์รอน กับ คุณอัจจิมา จิรวัฒนรังสี กรรมการผู้จัดการบริษัท 108 โอเอ จำกัด เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561

 

ทีมงานทำการเช็คความเรียบร้อยในการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ทำการติดตั้งก่อนส่งมอบงาน

 

คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้มาตราฐานระดับผู้เชี่ยวชาญ

108oa FixMan ครบทุกปัญหากล้องวงจรปิด

20 ปัญหากล้องวงจรปิดที่เกิดขึ้นบ่อย

เรามีบริการตรวจเช็คบาํรุงรักษาทุกระยะ6เดือน+การบริการด่วน 1 ปี (ไม่รวมค่าอะไหล่) ระบบ NVR / DVR / NETWORKING

เริ่มต้นเพียง 2,000บาท เท่านั้น!!!

1. ตรวจเช็ค การทำงาน NVR / DVR
2. ตรวจเช็คเครื่อง PC BASE
3. ตรวจเช็คการบันทึกข้อมูล(DATA)ให้ถูกต้องครบถ้วน
4. ตรวจเช็คการทำงาน Operating System ทั้งหมด
5. ตรวจเช็คฮาร์ดดิส NVR/DVR ทั้งหมดว่ามี Bad หรือไม่
6. ตรวจเช็ค Network ของเครื่อง Server ทั้งหมด
7. ตรวจเช็ค Chassis media converter fiber to Ethernet
8. ตรวจเช็ค Power Supply Chassis media converter fiber to Ethernet
9. ตรวจเช็คสาย Fiber Optic Patch cord ทั้งหมด
10. ตรวจเช็ค สาย Lan Patchcordทั้งหมด
11. ตรวจเช็คการทำงาน Switch Hub
12. ตรวจเช็คการทำงาน UPS (เครื่องสำรองไฟ) + Battery
13. ตรวจเช็คระบบไฟในตู้ Rack
14. ตรวจเช็คพัดลมระบายอากาศในตู้ Rack
15. ตรวจเช็ค TV / MONITOR
16. ตรวจเช็คจุดเชื่อมต่อระบบไฟ (POE) และระบบจ่ายไฟ
17. ตรวจเช็คอุปกรณ์จ่ายไฟให้ Switch
18. ตรวจเช็คสถานะการทำงานของระบบจ่ายไฟของตู้ Uplink
19. ตรวจเช็คสถานะการทำงานของ Switch Hub
20. ตรวจเช็คทุกจุดเชื่อมต่อของ Network (Port Lan)

 

กล้องวงจรปิด ( CCTV ) ความสูงไม่เกิน 3 เมตร

1. ตรวจเช็ค Focus ของภาพ
2. ตรวจเช็คปรับ มุมกล้องให้คมชัด
3. ตรวจเช็ค Box Service ที่ยึดกับตัวกล้อง
4. ตรวจสอบท่อนำสายสัญญาณของระบบกล้อง

 

สอบถามเพิ่มเติม  02-410-4488#114  สายด่วน📱095-797-7233

ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดจาก Intel

Intel® Core™ i5+, i7+ และ i9+ เจนเนอเรชั่น 8 แพลตฟอร์ม

ด้วย Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 8 Intel® Core™ i5+, i7+ และ i9+แพลตฟอร์ม ที่ใช้งานร่วมกับหน่วยความจำ Intel® Optane™ คุณสามารถสร้างพีซีประสิทธิภาพสูงเพื่อมอบการใช้งานพีซีใหม่ที่น่าสนใจให้กับลูกค้าของคุณ
• ด้านธุรกิจ: มอบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เพื่อให้ลูกค้าของคุณใช้เวลาอยู่หน้าจอได้น้อยลง

• ด้านการสร้างเนื้อหา: ช่วยเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นสร้างเนื้อหาระดับมืออาชีพด้วยความเร็วระดับ SSD โดยยังคงเหลือความจุในการจัดเก็บข้อมูลอีกมาก

• ด้านการเล่นเกม:  ช่วยให้สามารถติดตั้งเกมบน HDD ความจุสูงได้ และเล่นเกมด้วยความเร็วระดับ SSD เพื่อที่ลูกค้าจะได้เล่นเกมโดยที่เปิดเกมและโหลดด่านที่ได้เร็วขึ้น

อ่านโบรชัวร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ›

แอสเซทด้านการตลาด

หากคุณกำลังมองหาสิ่งที่จะช่วยให้คุณโปรโมทประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของแพลตฟอร์ม Intel® Core™ i5+ และ i7+ ใหม่ ให้ไปที่ Intel® Partner Marketing Studio และรับเครื่องมือเพื่อเพิ่มยอดขาย

ด้วยแพลตฟอร์ม Intel® Core™ i5+ เจนเนอเรชั่น 8 ใหม่ที่มีหน่วยความจำ Intel® Optane™ ลูกค้าธุรกิจขนาดเล็กของคุณจะได้รับประสิทธิภาพที่สูง ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้เวลาอยู่หน้าจอน้อยลง

แม้แต่ผู้ใช้พีซีทั่วไปก็ยังได้ประโยชน์จากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์ม Intel® Core™ i5+ และ i7+ เจนเนอเรชั่น 8 ดาวน์โหลดวัสดุทางการตลาดที่โปรโมทพีซีที่ปรับมาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

แสดงให้ลูกค้าที่เป็นนักเล่นเกมเห็นว่าแพลตฟอร์ม Intel® Core™ i7+ ช่วยให้พวกเขาติดตั้งเกมบน HDD ความจุสูงและเล่นเกมด้วยความเร็วระดับ SSDได้ และสามารถติดตั้งเกมใหม่หรือด่านใหม่ได้โดยที่ไม่ต้องล้างพื้นที่จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงก่อน

 

Server (เซิร์ฟเวอร์) คืออะไร

Server (เซิร์ฟเวอร์) คือคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่มีไว้สำหรับเก็บข้อมูลเพื่อแสดงเว็บไซต์
ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริการของ Server มีดังนี้

■ Client (ลูกข่าย)
คือฝ่ายที่ร้องขอข้อมูลเว็บไซต์จากServer
■ Request (ร้องขอ)
คือการกระทำที่ร้องขอข้อมูลเว็บไซต์โดยที่ฝ่าย Client (ลูกข่าย) เป็นผู้ร้องขอ
ก่อนอื่นจะอธิบายเกี่ยวกับการบริการของ Server ดังนี้
Server ทำหน้าที่ส่งข้อมูลเว็บไซต์ให้กับ Client (ลูกข่าย) ที่ร้องขอเว็บไซต์มา
หากมี Request สิ่งใดจาก Client เข้ามา Server จะให้บริการสิ่งนั้น และแสดงข้อมูลของเว็บไซต์นั้นบน Browser
แท้จริงแล้ว Server (เซิร์ฟเวอร์) มาจากคำว่า Serve (เสริฟ์) ซึ่ง โดยจะทำหน้าที่เป็นบริกร ค่อยบริการสิ่งต่างๆตามคำเรียกร้องหรือตามคำสั่ง
นอกจากนี้ความหมายของคำว่า Server ก็มีหลายความหมายเช่น WEB Server, File Server, Mail Server, DNS Server, FTP Server เป็นต้น ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการใช้งานและความเข้าใจเกี่ยวกับ Server ที่แตกต่างกันไป
ในบทความนี้เราขออธิบายถึงเรื่อง Server เพียงอย่างเดียว

Physical Server กับ Virtual Server
Physical Server คือรูปแบบ Server ที่เป็นรูปธรรมสามารถจับต้องได้และมีอยู่จริง เป็น Server จริงๆ
Virtual Server คือรูปแบบ Server ที่เป็นนามธรรม ไม่สามารถจับต้องได้ อธิบายอย่างง่ายก็คือ Server เสมื่อน หรือ Server จำลองนั้นเอง แต่มีหน้าที่หรือการทำงานเหมื่อน Server จริงทุกประการ

Server Virtualization
คือการนำ Server จริง 1 เครื่องมาจำลองเป็นเซิร์ฟเวอร์เสมื่อนหลายๆเครื่อง

ประเภทของ Server

Shared Server
ลักษณะ : Physical Server
ข้อดี : ค่าบริการถูก, ใช้งานง่าย
ข้อด้อย : หากเกิดปัญหากับเว็บไซต์ที่อยู่ใน Server เดียวกัน ก็จะส่งผลกระทบกับเว็บไซต์อื่นๆเช่นกัน, ไม่สามารถเพิ่มโปรแกรมอื่นๆนอกเหนือจากโปรแกรมที่มีไว้เพื่อรองรับ
รายละเอียด : Shared server คือ Server ที่ถูกแบ่งพื้นที่เพื่อใช้งานรวมกับ เว็บไซต์อื่นๆ
เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานของโปรแกรมต่างๆที่ Shared Server มีเท่านั้น หากต้องการลงโปรแกรมเพิ่มเติม นอกเหนืองจากโปรแกรมที่มีไว้รองรับนั้นๆไม่สามารถทำได้
Dedicated server
ลักษณะ : Physical Server
ข้อดี : สามารถใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ Server มีได้อย่างเต็มที่, สามารถเลือกลงโปรแกรม และจัดสรรทรัพยากรภายในตามที่ต้องการได้อย่างอิสระ
ข้อด้อย : ราคาแพง, มีขนาดใหญ่เกินไปซึ้งไม่เหมาะสำหรับบางเว็บไซต์
รายละเอียด : Dedicated Server เป็น Server ที่ไม่แบ่งพื้นที่ให้กับผู้เช่ารายอื่น และยังสามารถใช้พื้นที่ทั้งหมดของ server นั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เหมาะสำหรับบริการที่ต้องการใช้พื้นที่ค่อนข้างเยอะ
อีกทั้งยังสามารถเลือกลงหรือเพิ่มโปรแกรมต่างๆได้อย่างอิสระ ทั้งนี้ผู้ใช้บริการต้องมีความชำนาญเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมต่างๆได้เป็นอย่างดี
แต่การเช่าพื้นที่แบบ Dedicated Server นั้นจะมีราคาแพง เนื่องจากเป็นการเช่าใช้ทั้ง Server

VPS (Virtual Private Server)
ลักษณะ : Virtual Server
ข้อดี : หากตัวใดตัวนึงเกิดปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวอื่นนั้นมีน้อยมาก, ราคาถูกกว่า Dedicated Server
ข้อด้อย : ต้องมีความรู้ความชำนาญในการบริหารจัดการ Server ระบบจะล่มได้ก็ต่อเมื่อ Server มีปัญหา, ความยุ่งยากในการลงโปรแกรมหรือการใช้โปรแกรมต่างๆ ต้องมีผู้ชำนาญที่ทำหน้าที่ในส่วนนี้ค่อยดูแล
รายละเอียด : VPS (Virtual Private Server) คือ server เสมื่อน มีหน้าที่เหมื่อนกับ server ทุกประการ แต่เป็นนามธรรมนั้นเอง คือไม่สามารถจับต้องสัมผัสได้ เป็นการจำลองขึ้นมาเพื่อให้สามารถใช้งานได้เหมื่อน server ตามรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้ทุกประการ โดยจะแบ่งพื้นที่จาก1 Server ออกเป็น Server ย่อยอีกหลายๆ Server ที่เรียกว่า vps หรือเสริฟ์เวอร์จำลอง หาก vps ตัวใดตัวนึงเกิดปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวอื่นนั้นมีน้อยมาก
เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการลดหรือเพิ่มพื้นที่สำหรับบริการได้ตามที่ต้องการ เช่นระยะเริ่มแรกอาจจะใช้พื้นที่น้อยสำหรับฝากเว็บไซต์และข้อมูลต่างๆ หลังจากนั้นหากต้องการเก็บข้อมูลเว็บไซต์มากขึ้นก็สามารถเพิ่มขนาดพื้นที่บริการได้

Cloud Server
ลักษณะ : Virtual Server

ข้อดี : เพิ่มขนาดการให้บริการให้ตามอัตโนมัติ หากมีการเรียกดูเว็บไซต์มากกว่าจำนวนเดิมที่คาดคะเนไว้ ความเสี่ยงที่จะเกิดระบบล่มมีน้อยมาก
ข้อด้อยมีราคาสูง, ต้องมีผู้ชำนาญด้านโปรแกรมต่างๆคอยดูแล, รวมถึงต้องบริหารจัดการเรื่องต่างๆเองทั้งหมด
รายละเอียด : Cloud Server คือการนำ Server หลาย Server มาเชื่อมต่อกันและทำงานร่วมกัน cloud server มีประสิทธิภาพการทำงานสูง เมื่อต้องการเรียกดูข้อมูลหรือเว็บไซต์ Server ทุกตัวจะช่วยกันประมวลผลต่างๆตามขั้นตอนจนเสร็จ หากเกิดปัญหาหรือความผิดพลาดกับ Server ตัวใดตัวนึง Server ตัวอื่นๆก็จะทำหน้าที่ประมวลผลตามคำสั่งนั้นจนเสร็จ
เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการพื้นที่สำหรับรองรับการเรียกใช้บริการของ user ในช่วงเวลาที่ต้องการ การติดต่อเข้ามายังเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีบริการเพิ่มขนาดพื้นที่โดยอัตโนมัติเพื่อรองรับการใช้บริการตามขนาดบริการหรือตามจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการยังเว็บไซต์

วิธีการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์

การพิจารณาเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ เป็นขั้นตอนสำคัญซึ่งเราควรทำความเข้าใจก่อนศึกษาเรื่องอื่นซึ่งเนื้อหาในบทนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ และการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางชิ้นในกรณีที่เราต้องการซื้ออุปกรณ์มาประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เอง หรือเราต้องการอัพเกรดอุปกรณ์บางชิ้นภายในเครื่อง เช่น ต้องการซื้อฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ที่มีความจุมากกว่าเดิม หรือซื้อแรมมาเพิ่มให้ประมวลผลได้เร็วยิ่งขึ้น เป็นต้น เนื้อหาในส่วนนี้จะให้รายระเอียดและขั้นตอนในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เราได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด และไม่ถูกหลอกในการเลือกซื้อ โดยพอสรุปขั้นตอนที่เราควรคำนึงถึงเป็นแผนภาพดังต่อไปนี้



ลักษณะการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์
 ขั้นตอนแรกที่เราควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นคือต้องการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้งานอะไร เป็นต้นเพื่อที่เราจะสามารถเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานโดยเราจะแบ่งระดับผู้ใช้งานเป็น 3 ประเภท คือ
1. Basic User ได้แก่ ผู้ใช้โปรแกรมประเภท Windows 95/98/Me,Ms Office และดูหนังฟังเพลง
2. Power User ได้แก่ ผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกและเล่นเกม เช่น โปรแกรม Photoshop ,AutoCAD
3. Graphic User ได้แก่ ผู้ที่ใช้งานด้านกราฟฟิกเป็นหลัก เช่น โปรแกรม Photoshop,AutoCAD และ 3D Studio Max ตารางข้างล่างจะเป็นตัวอย่างในการเลือกอุปกรณ์ในการใช้งาน

โดยแบ่งตามระดับผู้ใช้งานดังนี้


ระดับผู้ใช้
ซีพียู

ขนาดแรม (MB)
ความเร็วแรม(MHz)

Basic User
Intel Celeron 400-500 MHz AMD K6 350-500 MHzCyrix MII 350 MHz ขึ้นไป
32 หรือ 64
66 หรือ 100
Power User
Intel Pentium III 400 MHz ขึ้นไป AMD K6 III 400 MHz ขึ้นไปCyrix M II 450 MHz หรือ Cyrix M III
64
100
Graphic User
Intel Pentium III 600 MHz ขึ้นไป หรือ AMD k7 600 ขึ้นไป
 128
100 หรือ 133

สเป็คของเครื่องคอมพิวเตอร์

เมื่อเราทราบถึงลักษะการใช้งานของเครื่องแล้ว ต่อมาเราจะพิจารณาถึงสเป็ค ของเครื่อง ซึ่งเราควรดู สเป็คของเครื่องคอมพิวเตอร์ว่าเป็นอย่างไร มีความเหมาะสมหรือตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานหรือไม่ ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์มีส่วนประกอบหลักๆที่ควรพิจารณามีดังนี้หน่วยประมวลผล (CPU) ว่าเป็นรุ่นใด เช่น Celeron Pentium II Pentium III และ CPU เหล่านี้มีความเร็วในการทำงานเท่าไหร่มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ว่ามีขนาดและความเร็วเท่าไหร่ เช่น แรมขนาด 64 MB มีความเร็วในการทำงาน 100 MHzฮาร์ดดิสก์มีขนาดเท่าไหร่ มียี่ห้อหรือเป็นชนิดใดและมีความเร็วในการถ่ายเทข้อมูลเท่าไหร่ใช้เมนบอร์ดรุ่นไหนมีการ์ดจอยี่ห้อหรือรุ่นอะไร และมีหน่วยความจำในการ์ดจอเท่าไหร่มีการ์ดเสียงและลำโพงยี่ห้อหรือรุ่นอะไร ฯลฯ ซึ่งตัวอย่างต่อไปนี้ เป็นสเป็คตัวอย่างของเครื่องในใบเสนอราคาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง
 37,343 บาท หรือ2,059 บาท/เดือน x 24 เดือนIntel Pentium III 600MHzChipset Intel Mainboard64MB SDRAM (100MHz) Memory15GB Hard Disk Ultra DMA 661.44MB Floppy Disk DriveMedium Twer 250w ATX Case125 WATT Stereo Speaker50X CD-ROM Drive108 Key KeyboardPS/2 Mouse and Mouse pad15″ Digital Control Samsung Monitor

ตารางต่อไปนี้จะอธิบายรายละเอียดสเป็คของเครื่องจากโบร์ชัว

  • สเป็คของเครื่อง
  • คำอธิบาย
  • Intel Pentium III 600 MHz
  • ซีพียู Intel รุ่น Pentium III ความเร็ว 600 MHz
  • Chipset Intel Mainboard
  • ใช้ Mainboard ที่ทำงานด้วยชิบเซ็ต จาก Intel
  • 64 MB SDRAM (100 MHz) Memory
  • หน่วยความจำขนาด 64 MB ทำงานที่ความเร็ว 100 MHz
  • 15 GB Hard Disk Ultra DMA 66
  • ฮาร์ดดิสก์ขนาด 15 GB ชนิดที่มี ความเร็วในการถ่ายเทข้อมูลแบบ Ultra DMA 66 เมกะไบต์ต่อวินาที
  • 1.44MB Floppy Disk Drive
 ฟล็อปปี้ดิสก์ไดร์ฟขนาด 3.5 นิ้วใช้งานกับแผ่นดิสก์เก็ต 1.44MB
  • Medium Tower 250w ATX Case
  • เคสขนาดกลาง 250 w ใช้กับบอร์ด ATX
120 Watts Stereo Speaker
  • ลำโพงสเตอริโอขนาด 120 วัตต์
  • 50X CD-ROM Drive
เครื่องอ่านซีดีรอมความเร็ว 50 เท่า
  • 108 Key Keyboard
คีย์บอร์ด 108 Key
  • PS/2 Mouse and Mouse pad
เมาส์ขั้วต่อ PS/2 และแผ่นรองเมาส์
  • 15″Digital Control Samsung Monitor
จอภาพขนาด 15 นิ้วระบบดิจิตอล ยี่ห้อ Samsung

ราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์ จากตัวอย่างดังกล่าว การที่เราจะเข้าใจใบเสนอราคาเครื่อง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่ผู้ใช้ควรมีพื้นฐานภาษาอังกฤษ เพราะใบเสนอราคาเครื่องโดยทั่วไปจะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ปัญหาพื้นฐานของผู้ใช้มือใหม่ที่มักจะสับสนว่า อะไรคือชื่อยี่ห้อ อะไรคือชื่ออุปกรณ์ เพราะมองในใบเสนอราคามีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้น วิธีการแก้ปัญหาคือ การหาชื่ออุปกรณ์ ซึ่งชื่ออุปกรณ์จะใช้คำหลักๆเหล่านี้เสมอ เช่น Mainboard, RAM, Monitor, Keyboard, Mouse ส่วนรายละเอียดอื่นๆที่มีเพิ่มเติม ก็มักจะเป็นยี่ห้อของอุปกรณ์นั้น (ถ้ารายละเอียดเป็นตัวอักษร) เป็นความเร็ว ความจุขนาดของอุปกรณ์นั้น (ถ้ารายละเอียดเป็นตัวเลข)ส่วนรายละเอียดที่แตกต่างจากตัวอย่างที่นำเสนอนั้นจะมีอยู่ไม่มากแล้ว เราสามารถสอบถามจากร้านค้านั้นๆได้
ในปัจจุบันอุปกรณ์หรือเครื่องมีราคาไม่แน่นอน ดังนั้นก่อนซื้อเครื่องเราควรหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าเราจะซื้อรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร โดยการอ่านข้อมูลในหนังสือหรือการเดินสำรวจตามร้านต่างๆ พร้อมหยิบโบว์ชัวหรือใบเสนอราคา เพื่อนำมาเปรียบเทียบสเป็คและราคาว่าเป็นอย่างไรและราคานี้ยังขึ้นอยู่กับลักษณะของการซื้อด้วย
ซึ่งในปัจจุบันเราแบ่งลักษณะของการซื้อคอมพิวเตอร์เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มผู้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ หรือเครื่องแบรนด์เนม (Brand Name) ซึ่งเป็น แบรนด์เนมทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ เช่น Intel,Acer, IBM , Atec, Powell, Success PC เป็นต้น

ข้อดี คือการได้เครื่องที่มีคุณภาพสูง อุปกรณ์ต่างๆถูกคำนวณและปรับแต่งด้วยวิศวกรที่ชำนาญ เพื่อให้ประสิทธิภาพเครื่องโดยรวมมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีการประกันและบริการหลังการขายเป็นอย่างดี (ในบางครั้งอาจมีการฝึกอบรมการใช้เครื่องหรือโปรแกรมแก่ผู้ใช้ด้วย)และเมื่อเครื่องเสียจะซ่อมได้ง่ายเนื่องจากช่างรู้อุปกรณ์ต่างๆเป็นอย่างดี
ข้อเสีย คือเครื่องมีราคาแพงที่สุดและเลือกสเป็คตามต้องการไม่ได้ (เพราะว่าสเป็คได้ถูกกำหนดมาแล้วเป็นชุด) เนื่องจากการดูแลรักษาง่าย มีปัญหาน้อยที่สุด ดังนั้น การซื้อเครื่องแบบนี้จะเหมาะกับผู้ซื้อไม่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องและมีทุนทรัพย์เพียงพอและเหมาะกับองค์กรที่ใช้เครื่องเป็นจำนวนมาก
2.กลุ่มผู้ซื้อเครื่องประกอบตามใบสั่งจากร้าน
ข้อดี
คือสามารถกำหนดสเป็คและรุ่นได้ ราคาถูก (ส่วนการรับประกันและบริการหลังการขายขึ้นกับทางร้าน) สามารถจำกัดงบได้
ข้อเสีย คือ การประกอบเครื่องอาจเป็นเพียงการนำอุปกรณ์ตามที่เรากำหนดสเป็คไว้มาประกอบรวมกันเท่านั้น ไม่ได้คำนวณและปรับแต่งเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งกว่านั้นถ้าเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์นั้น เราอาจได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพเพียงพอหรือได้สินค้าปลอม และเมื่อเครื่องเสียต้องยกมาที่ร้านเอง
3.กลุ่มผู้ซื้อเครื่องประกอบโดยนำมาประกอบเอง
ข้อดี คือ ได้อุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพเพราะเป็นอุปกรณ์ใหม่แกะกล่อง แน่ใจได้เลยว่าไม่ใช่สินค้าปลอม สามารถเลือกรุ่น และยี่ห้อได้เช่นเดียวกับแบบสั่งประกอบ แต่เลือกได้หลากหลายกว่า และอาจซื้อได้ถูกกว่าอีกด้วย
ข้อเสีย คือ ราคาโดยรวมอาจจะสูงกว่าซื้อตามใบสั่งบางรายการ เพราะอุปกรณ์ที่ได้จะดีกว่าและผู้ซื้อต้องเสียเวลาในการประกอบเครื่องเองและติดตั้งโปรแกรมด้วยตนเอง “คอมพิวเตอร์มีขายเยอะแยะ ทำไมต้องประกอบเอง” คำตอบง่ายๆก็คือ ก็เพราะว่าเครื่องที่ประกอบใช้เองนั้นราคาประหยัดกว่า สามารถเลือกสเปคและยี่ห้ออุปกรณ์ได้ตามความพอใจ และที่สำคัญคือเลือกได้ทันสมัยกว่าเครื่องแบรนด์เนมทั่วไปอีกด้วย

การรับบริการหลังการขาย
สิ่งที่เราควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจในการซื้อที่มีความสำคัญเท่า ๆ กับราคาและสเป็คก็คือบริการหลังการขาย เพราะเมื่อเครื่องมีปัญหาในการทำงาน และทางร้านรับประกันเครื่อง เราสามารถรับบริการได้ตามการประกันนั้น เช่น การซ่อมแซม เป็นต้น ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
รูปแบบในการรับประกันในปัจจุบันนี้รูปแบบการรับประกันมี 2 แบบ คือ
1. การรับประกันสินค้าแบบรวมค่าแรง เป็นลักษณะที่เมื่อเครื่องเกิดปัญหาทางร้านยินดีไปรับมาซ่อมและนำส่งเมื่อซ่อมเสร็จแล้วโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยส่วนมากจะเป็นร้านที่มีชื่อเสียงและสินค้าที่รับประกันจะเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เช่น สินค้าที่มี Brand name ต่างๆ และมีราคาค่อนข้างแพง
2. การรับประกันแบบไม่รวมค่าแรง เป็นลักษณะที่เมื่อเครื่องเกิดปัญหาเราต้องนำเครื่องไปซ่อมเองที่ร้านและรับกลับเองเมื่อซ่อมเสร็จ และบางครั้งอาจมีการคิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วย ซึ่งการรับประกันแบบนี้จะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาถูกทั่วไปหรือการซื้อเครื่องมาประกอบเองสำหรับการเลือกบริการหลังการขายนี้เราต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าแบบใดจึงจะเหมาะสมกับเครื่อง และลักษณะของการใช้งานแบบไหน ถ้าเป็นการใช้งานเกี่ยวกับโปรแกรมกราฟฟิกหรือโปรแกรมที่มีความซับซ้อน (ระดับ Graphic User) เราควรเลือกรูปแบบการรับประกันสินค้าแบบรวมค่าแรง เพราะนอกจากที่เราจะได้สินค้าที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีแล้ว เมื่อเครื่องหรืออุปกรณ์มีการขัดข้องก็สามารถรับบริการหลังการขายตลอดระยะเวลาในการรับประกันได้ถ้าหากเราเลือกแบบไม่รวมค่าแรงเมื่อเครื่องขัดข้องหรือมีปัญหา เราจะต้องนำเครื่องไปที่ร้านเองทุกครั้งและเสียค่าใช้จ่ายมากด้วย เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่มีความซับซ้อนในการใช้งานกว่า ความเสียหายอาจจะมากกว่าเครื่องที่ใช้งานแบบธรรมดา ระยะเวลาในการรับประกัน ในการรับประกันสินค้านั้นทางร้านจะกำหนดระยะเวลาในการประกันด้วย โดยส่วนมากเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการประกัน 1 ปี แต่ถ้าเราซื้อเครื่องแบบประกอบเราควรจะต้องทราบก่อนว่าอุปกรณ์แต่ละตัวมีการประกัน และมีระยะการรับประกันอย่างไร
ซึ่งรายละเอียดของการรับประกันอุปกรณ์แต่ละตัวแสดงดังตาราง
อุปกรณ์
ระยะเวลาในการประกัน*
ฮาร์ดดิสก์
3 ปีสำหรับตัวแทนภายในประเทศ (เช่น ตัวแทนจำหน่วยฮาร์ดดิสก์ Quantum และ Seagate เป็นต้น) 1 ปีสำหรับผู้นำเข้าที่ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศ

หน่วยประมวลผล (CPU)
3 ปีสำหรับซีพียูที่นำเข้าภายในประเทศ1 ปีสำหรับซีพียูที่นำเข้าโดยพ่อค้ารายย่อย

หน่วยความจำ (RAM)
รับประกัน 1 ปี (หรือตลอดอายุการใช้งานซึ่งขึ้นอยู่กับยี่ห้อของหน่วยความจำ)


เมนบอร์ด
รับประกัน 1 ปี

การ์ดแสดงผล
รับประกัน 1 ปี

แหล่งจ่ายไฟ (Power supply)

รับประกัน 1 ปี

*ระยะเวลาในการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นควรมีการเช็คดูก่อนเสมอดังนั้น เราควรจะรักษาสติกเกอร์ให้ดีเพราะถ้าหากสติกเกอร์มีรอยฉีกขาด (หรือในกรณีที่สติกเกอร์ลอกจะเกิดรอยเป็นตัวอักษรคำว่า ” Void”) หรือมีการแกะสติกเกอร์ออกไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้นทางร้านจะถือว่าการรับประกันสิ้นสุดลง จากเหตุผลข้างต้นเราจึงควรตรวจสอบด้วยว่าผู้ขายได้ติดสติกเกอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่เช่น ถ้าติดสติกเกอร์ในตำแหน่งที่หลุด หรือมีรอยได้ง่าย ในขณะที่เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือขณะย้ายเครื่องเราควรแจ้งให้เปลี่ยนตำแหน่งใหม่ ซึ่งตำแหน่งที่จะติดสติกเกอร์ควรเป็นตำแหน่งที่หลีกเลี่ยงการเสียดสีหรือการสัมผัสบ่อย ๆ
เมื่อเครื่องเสียหรือต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์เราควรแจ้งทางร้านที่รับประกัน เราไม่ควรจะถอดตัวถังของซีพียูเองเนื่องจากผู้รับประกันอาจจะไม่รับประกันเพราะมีรอยเสียหายหรือการถอดเปลี่ยนอุปกรณ์

การตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆในเครื่องคอมพิวเตอร์
เมื่อเราได้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ แล้วก่อนที่จะออกร้านเราควรเช็คหรือตรวจสอบเครื่องก่อน เพื่อตรวจดูว่าเครื่องที่ได้ตรงตามสเป็คและมีการชำรุดหรือไม่ ซึ่งมีวิธีการตรวจสอบ 3 วิธีดังนี้

1. การตรวจสอบโดยเปิดฝาเครื่อง โดยการเปิดฝาเครื่องออกมาเพื่อดูส่วนประกอบภายในเครื่องเป็นการตรวจที่ง่ายที่สุด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เราทราบเพียงว่าส่วนประกอบของเครื่องมีอะไรบ้าง แต่ไม่สามารถเช็คการทำงานของอุปกรณ์นั้นๆ ได้ ว่าทำงานได้จริงและมีความถูกต้องหรือไม่
2. การตรวจสอบด้วยวินโดวส์ โดยการใช้โปรแกรมพิเศษในการตรวจ (เช่น Norton Utilities) หรือใช้Control Panel ที่มีอยู่แล้วในเครื่องก็ได้ ซึ่งวิธีนี้สามารถตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ได้
3. การตรวจเครื่องด้วยไบออส เป็นกระบวนการที่ตรวจสอบฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ภายในเครื่องทุกครั้งที่เปิดเครื่องขึ้นมา เช่น หน่วยประมวลผล (CPU) หน่วยความจำ (RAM) ส่วนของอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกและการ์ดที่ติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อดูว่าฮาร์ดแวร์เหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องหรือไม่หรือมีความขัดข้องในการทำงาน และเป็นวิธีที่เราสามารถเช็คว่า ได้เครื่องตามสเป็คหรือไม่ ถึงแม้ว่าการตรวจด้วยวิธีนี้จะไม่ละเอียดมากนักแต่ก็ทำการตรวจได้รวดเร็วดังนั้นจึงเหมาะในการตรวจดูเครื่องก่อนออกจากร้านสำหรับการตรวจเครื่องโดยใช้ไบออสนั้นทำได้ง่าย เพราะหลังจากที่เราเปิดเครื่องขึ้นมาไบออสจะนำกระบวนการ POST (Power On Self Test) มาตรวจสอบฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ว่าอุปกรณ์เหล่านี้สามารถทำงานได้ถูกต้องหรือไม่ และแสดงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในเครื่องให้เราทราบ
ซึ่งถ้าหากเราพบว่าไม่ถูกต้องก็ให้แจ้งกับทางร้านให้ทราบก่อนนำออกจากร้านเพื่อทำการแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น ๆในกรณีที่เราสังเกตไม่ทันไม่ควรปิดเครื่องในระหว่างที่วินโดวส์กำลังบู๊ต เพราะจะทำให้วินโดวส์มีปัญหาในการทำงานภายหลังได้ เราควรปิดเครื่องก่อนที่เครื่องจะเข้าสู้ขั้นตอนการบู๊ตของวินโดวส์หรือรอให้วินโดวส์บู๊ตเสร็จก่อนแล้วจึง Restart เพื่อเริ่มการสังเกตข้อความที่แสดงโดยไบออสอีกครั้ง

เมื่อเราเปิดเครื่องขึ้นมา โดยทั่วไปที่หน้าจอของเครื่องจะปรากฏหน้าจอ 3 หน้าจอ โดยที่
หน้าจอแรก จะแสดงข้อมูลของการ์ดแสดงผล ที่หน้าจอแรกนี้จะแสดงข้อมูลของการ์ดแสดงผลที่ใช้ในเครื่อง ได้แก่ ยี่ห้อ, รุ่นของชิป CPU, ชนิดของ Slot ติดตั้ง, ขนาดของแรมบนการ์ด,เวอร์ชันของ BIOSที่ใช้บนการ์ด
หน้าจอที่สอง จะแสดงการตรวจสอบสถานะของเครื่อง (Power On Self Test) โดยเริ่มจากมีเสียง Beep ดัง 1 ครั้ง แสดงว่าเครื่องทำงานปกติ (แต่ถ้าได้ยินเสียงดังมากกว่า 1 ครั้ง ให้รีบปิดเครื่องทันที) จากนั้นเครื่องจะเริ่มตรวจนับแรมรุ่นและความเร็วของซีพียู ต่อไปก็จะทำการตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ และซีดีรอมไดรว์ต่อไป
หน้าจอที่สาม จะแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจสอบ ที่หน้าจอนี้จะแสดงอุปกรณ์ เช่น รุ่นและความเร็วของซีพียู ขนาดของหน่วยความจำ Cache ฟล็อปปี้ดิสก์ไดรว์ รุ่นของฮาร์ดดิสก์ และซีดีรอมไดรว์ เป็นต้น

เครดิต : www.gotoknow.org/posts/255002

ระบบตัดแสงสว่างจ้า HLC

High light Compensation(HLC) เป็นฟังก์ชั่นในสภาวะที่เราจะสังเกตเห็นว่าในกล้องวงจรปิดทั่วๆไปนั้น หากว่าเรา หันหน้ากล้องเข้าหาแสงสว่างมากๆภาพที่เราได้ออกมานั้นจะมืด ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่เราใช้กล้องวงจรปิดส่องป้ายทะเบียนหน้า รถในตอนกลางคืนซึ่งตัวกล้องเองจะถูกแสงไฟจากหน้ารถส่องสวนเข้ามา ทำให้กล้องไม่สามารถที่จะมองเห็นหมายเลขของป้ายทะเบียน ได้แต่ด้วยฟังค์ชั่น HLC นี้จะช่วยลดแสงสว่างมากเกินไป ทำให้เราสามารถมองเห็นรายละเอียดวัตถุได้มากขึ้น ซึ่งจากตัวอย่าง ในภาพจะเห็นว่าเราสามารถที่จะมองเห็นป้ายทะเบียนรถได้ดีขึ้นครับHLC จะมีทั้งแบบที่ เป็นเซ็นเซอร์ไปตัดแสงที่สว่างจ้ากลายเป็นสีดำ (รูปที่ 1)  และ HLC แบบที่ลดแสงจ้าโดยรวมลง จะได้รายละเอียดของภาพมากขึ้น (รูปที่2)ทั้งนี้ระบบ HLC เป็นการพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการลดแสงสว่างจ้าให้ได้รายละเอียดของภาพมากขึ้นครับ